• ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
  • ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
  • ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
  • ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
จะเกิดอะไรขึ้น??? เมื่อซื้อบริการแต่กลับถูกยัดเยียดด้วยโฆษณา
วันที่โพสต์ 25-05-2560


goodmedia24hr
เวลาผู้บริโภคซื้อสินค้าสักชิ้น  หรือใช้บริการแบบจ่ายเงิน  ผู้บริโภคนั้นหวังว่าการซื้อนั้นจะได้รับการบริการหรือใช้สินค้านั้นอย่างเต็มที่  และปราศจากการที่ต้องถูกรบกวน หรือได้อะไรที่ไม่พึงประสงค์ที่เกินความต้องการ นอกจากการได้บริการที่ดีจากสินค้าและบริการที่ใช้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนั้นอยากได้จากการใช้บริการของแบรนด์คือ อยากให้แบรนด์นั้นรู้ใจผู้บริโภค ทำให้กลายเป็นเส้นบาง ๆ ระหว่างการแนะนำหรือทำการตลาดเชิงรุก เพื่อเข้าหาผู้บริโภคแต่กลายเป็นการสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคว่า มันเป็นการสื่อสารที่ผู้บริโภคไม่อยากรู้จากการผ่านความต้องการนั้นขึ้นมา
 
หลักการทำการตลาดที่ถูกต้อง
การตลาดในตอนนี้ต้องทำกาตลาดที่ถูกใจผู้บริโภค หรือเข้าใจว่าผู้บริโภคว่าต้องการอะไรก่อนที่ผู้บริโภคจะรู้ตัว เพราะจะต้องมารถสร้างสรรค์การตลาดในจุดนี้ออกมาแบบไม่รบกวนผู้บริโภคอีกด้วย และต้องมองว่าผู้บริโภคในยุคนี้ต้องการประสบการณ์ต่าง ๆ ของการใช้งานไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการให้ดีที่สุด นั่นรวมถึงประสบการณ์ในระดับ Personalised ในรูปแบบต่าง ๆ   ว่าการใช้งานนั้นจะไหลลื่นและทำให้ชีวิตนั้นดีขึ้นแค่ไหน  ทำให้นักการตลาดในยุคดิจิตอล จึงจะต้องทำการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของผู้บริโภคมาวิเคราะห์และทำการนำเสนอสินค้าและบริการที่เหมาะกับผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้า หมายแบบรู้ใจกลุ่มเป้าหมายในทันที และต้องรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไรในช่วงเวลาที่ถูกต้องอีกด้วย
 
แนวทางการทำการตลาดแบบยัดเยียดโฆษณา
การนำเสนอโฆษณาแบบผู้รับสารไม่ได้ตั้งใจจะดู แต่ก็ต้องเห็นกลายมาเป็นจุดอ่อนของการตลาดอย่างทันที ด้วยความที่คิดว่าอยากขายโฆษณาเยอะ ๆ  และอยากให้ผู้บริโภคได้รับรู้ ทำให้เกิดการยัดเยียดทุกอย่างลงไป และคิดว่าการยัดเยียดหลาย ๆ อย่างนั้นกลายเป็นการกระทำที่จะต้องทำให้เนียนที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำได้ไม่เนียน แถมยังทำให้ผู้รับข่าวสารหรือผู้บริโภคแทบจะแอนตี้สินค้าตัวนั้นๆ ไปเลยก็มี ในประเทศไทยเห็นได้การตลาดแบบนี้ได้หลาย ๆ ที่ อย่างโฆษณาบางตัวที่ซื้อสื่อบนรถไฟฟ้า ทำให้เรามักเห็นป้ายโฆษณาต่างๆ ทั้งประกาศหลังชื่อสถานี หรือป้ายสถานี ซึ่งรถไฟเป็นบริการที่ผู้ใช้จ่ายเงินมาเพื่อใช้บริการในการเดินทาง แต่ไม่ได้อยากได้แบรนด์เหล่านี้เข้ามาอยู่เพื่อรบกวนการใช้งาน ทำให้ส่งผลเสียกลับไปยังแบรนด์ที่หรือผู้ให้บริการโฆษณาอีกด้วย  
 
การแก้ปัญหาที่ไม่ใช่การยัดเยียดสินค้าอีกต่อไป
แบรนด์จะต้องเริ่มคิดถึงรูปแบบที่เป็น Consumer Centric มากขึ้น และพยายามไม่เข้าไปรบกวนหรือทำให้การดำเนินชีวิตของกลุ่มเป้าหมายสะดุด แต่ต้องเข้าไปช่วยกลุ่มเป้าหมายให้มีชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่านี้ หรือการเข้าไปให้ข้อมูลที่จำเป็นที่จะทำให้ผู้บริโภคสนุกขึ้น  อย่าง Google Home  ที่ต้องการโปรโมท Beauty and The Beasts แทนที่จะบอกว่าภาพยนตร์เข้าแล้ว ก็ให้เปลี่ยนมาเป็นการอัพเดทข้อมูลข่าวสารด้วยเสียงเพลงจากหนังแทน เพื่อให้ฟังแล้วสนุกขึ้น  การทำโฆษณาสั้นที่สนุกและดูเพลินก่อนที่จะเข้าคลิปในยูทูปว์ จะทำให้คุณสะดุดและอยากจะดูจนจบมากกว่าที่จะกดข้าม  ซึ่งเป็นการนำเสนอสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ และหาทางที่จะนำเสนอสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคด้วย
 
นักการตลาดต้องเข้าใจการที่จะไม่รุกล้ำชีวิตของผู้บริโภคมากเกินไป และต้องคิดหาหนทางที่สร้างสรรค์มากกว่าการเข้าไปรบกวนตรง ๆ   และทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าจะได้อะไรจากการโฆษณานี้บ้าง?? 
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ