• ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
  • ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
  • ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
  • ฉลากสินค้า
    ฉลากสินค้า
จรรยาบรรณของหลักการทำการตลาด...บางครั้งแหกกฎมันก็แรงไปนะ
วันที่โพสต์ 07-06-2560


goodmedia24hr
แนวคิดในการทำสื่อสารในการตลาดในรูปแบบเดิมจะมีรูปแบบที่หลาย ๆ คนมีความเคยเคยชินหรือเรียกว่า “โฆษณาชวนเชื่อ” ซึ่งจะมีการใช้หลักจิตวิทยา และการบิดเบือนคำต่าง ๆ หรือแม้แต่การสร้างเรื่องหลอกลวงขึ้นมาเพื่อให้สินค้านั้นเข้าไปอยู่ในความสนใจของผู้บริโภคในแบบที่ไม่เลือกวิธีการ ส่งผลทำให้ผู้บริโภคเกิดความหลงเชื่อหรือหลงไปตามกระแสที่เกิดขึ้นมาจนต้องใช้งานอย่างทันที ซึ่งมีสินค้าอีกหลายชิ้นที่ทำเช่นนี้จนประสบความสำเร็จ ซึ่งมีบริษัทที่ทำการสื่อสารทางการตลาดต่างก็ใช้วิธีการเช่นนี้มาโดยตลอด และคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะคิดว่าผู้ขายยินดีขาย และผู้ซื้อยินดีซื้อ โดยไม่ได้สนใจว่ากระบวนการที่ทำให้เกิดการซื้อไม่ถูกต้อง ไม่ถูกจริยธรรม ลองคิดดูว่ามันจะยั่งยืนต่อการตลาดตัวเองหรือไม่
 
แถมที่ผ่านมามีสินค้าหลาย ๆ ตัวกลายเป็นกระแสดราม่าแถมยังถูกโจมตีอย่างหนักทำ ให้สินค้าบางตัวนั้นถึงขั้นถูกห้ามขายไปเลยก็มี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทำโฆษณาและการสื่อสารทางการตลาดที่โอเวอร์เกินจริง โดยไม่ได้คิดถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่มีความรู้มากขึ้น ทำให้เกิดกระแสโจมตีกลับทันทีเมื่อผู้บริโภครู้สึกถูกหักหลังและถูกหลอกลวง
 
ทำเพราะความเคยชินจนไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด
กาทำการตลาดที่ผิดจรรยาบรรณ เมื่อล้ำเส้นไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะล้ำเส้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายแล้วจะทำให้ไม่มีจุดยืนอีกต่อไปและออกจากสิ่งที่ยึดเหนี่ยวไว้ออกไปไกลเรื่อย ๆ  เมื่อตัวเองล้ำเส้นจริยธรรมครั้งหนึ่งมักจะคิดว่าไม่เป็นไร จนเกิดเป็นความเคยชินในการทำออกมาเรื่อย ๆ  ส่งผลทำให้เกิดการทำผิดจริยธรรมในครั้งต่อ ๆ ไปโดยไม่ได้รู้สึกผิดและยังทำให้เกิดความห่างจากจริยธรรมที่ตัวเองมีไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็คิดว่าไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำผิดอะไร  คนทำการสื่อสารการตลาด หรือคนทำโฆษณาเอง ที่ทำการสร้างโฆษณาชวนเชื่อมาโดยตลอดหลายปีจนไม่ได้คิดว่าผิดอะไร เรียกว่าทำมาตั้งแต่มีโฆษณาแรกๆ เลยด้วยซ้ำ
 
ขาดจรรยาบรรณด้วยการโฆษณาเกินจริง
การสร้าง Perception ของสินค้าแบบผิด ๆ ว่ามีแล้วจะดีอย่างไร หรือพรีเซ้นต์ว่าหากผู้บริโภคมีสินค้านี้ในชีวิตก็จะทำให้เป็นเหมือนกับภาพโฆษณาที่สื่อออกไป ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนั้น  นอกจากโฆษณาเกินจริงหรือผิดจรรยาบรรณแล้วยังมีโฆษณาที่ออกสื่ออีกแบบ แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นอีกแบบ   ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับโฆษณาที่ได้ทำเอาไว้ เป็นการสร้างภาพโฆษณาให้มีความบิดเบือนในเรื่องคุณสมบัติต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความน่าเชื่อถือ  รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคเกิดการอยากได้สินค้าขึ้นมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นการโกหกในลักษณะหนึ่งเช่นกัน
 
สิ่งที่คนทำโฆษณาชอบใช้คือการหาจุดขายของสินค้าและบริการให้มีจุดเด่นแล้วทำการบิดเบือนเกินความเป็นจริง ลามจนถึงไปไกลจนล้ำเส้น และเมื่อล้ำเส้น การโจมตีก็เกิด ปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคต่างหาความจริงกันเองโดยไม่ต้องรอสื่อเพราะเจตนาที่ไม่ดีตั้งแต่แรกในการสื่อสารทางการตลาด เมื่อรุนแรงมาก ๆ  ทำให้ไม่ได้มีผลกระทบต่อสินค้าอย่างเดียว แต่มีผลกระทบต่อบริษัทซึ่งจะถูกสอบสวน แลละกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจะรื้อฟื้นได้เรื่อย ๆ  
 
แบรนด์ที่ดีต้องไม่ทำการโฆษณาเกินจริงจนน่าเกลียด  แต่จะต้องทำการตลาดอย่างตรงไปตรงมา และมีเส้นจริยธรรม  ไม่จำเป็นต้องกวาดตลาดทำลายคู่แข่ง แต่ทำให้ตลาดโดยรวมโตไปด้วยกัน  ซึ่งทำการตลาดที่จริงใจต่อผู้บริโภค  จะทำให้มีการเข้าถึงได้อย่างมากมายและกลายเป็นแบรนด์ที่จะมีผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ